บัญญัติ 10 ประการ น้องหมา ห่างไกลความอ้วน - ไซบีเรียน

บัญญัติ 10 ประการ น้องหมา ห่างไกลความอ้วน

คนรักน้องหมาจำนวนมาก มักจะปรนเปรออาหารคาวหวาน ให้เจ้าสี่ขาตัวโปรดไม่เคยขาด จะหิวหรือไม่หิว หากเจ้าของได้กิน น้องหมาที่รักเหมือนลูกก็ต้องได้กินเหมือนกัน ทำเอาน้องหมาของใครหลายคนกลายเป็นหมู เพราะอ้วนฉุเกินกว่าจะเป็นหมา แม้ว่าจะอร่อยลิ้นเจ้าสี่ขา แต่รู้ไหมว่าการตามใจปากน้องหมานั้น นำมาซึ่งโรคภัยสุขภาพอีกนับไม่ถ้วน

ดังนั้น มาเรียนรู้วิธีปฏิบัติในการเลี้ยงหมาให้เป็นหมู เอ้ย…ให้เป็นหมาสุขภาพดีกันดีกว่า….และนี่คือบัญญัติ 10 ประการ น้องหมา ห่างไกลความอ้วน จากคำแนะนำของ รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร ที่นำมาฝากกันครับ

  1. ไม่ตามใจน้องหมา เมื่อเขามาขออาหาร เจ้าของต้องตัดใจไม่ให้อะไรกินทั้งสิ้น เพราะหากให้ครั้งหนึ่งแล้วก็จะมีครั้งต่อ ๆ ไปตามมา
  2. ไม่ตามใจคน ทุกคนในบ้านต้องพร้อมใจร่วมมือกัน ไม่ให้ของกินใด ๆ ทั้งสิ้น นอกเหนือจากอาหารประจำ เฮ้อ…จะขัดใจกันก็ตรงนี้แหละ
  3. ให้อาหารตามปริมาณ กรณีให้อาหารสำเร็จรูป ต้องคำนวณปริมาณต่อน้ำหนักตัวน้องหมา ตามที่ระบุไว้ข้างถุง หรือกล่อง โดยจำนวนมื้อที่เหมาะสมคือ 2 มื้อ เช้า และเย็น
  4. ไม่ควรให้อาหารปรุงเอง เพราะอาหารที่ปรุงเองจะทำให้น้องหมาอ้วนง่าย เนื่องจากมีทั้งแป้งและไขมันสูง
  5. กินไม่หมดเก็บทิ้ง ไม่ควรวางไว้ตลอดวัน และหากเลี้ยงไว้หลายตัว ก็ควรให้กินของใครของมัน หากกินของตัวหมดแล้ว ก็ห้ามไปกินของตัวอื่นอีก
  6. ปิดถังขยะให้มิดชิด ป้องกันการคุ้ยเขี่ยหาเศษอาหารกิน
  7. หยุดพฤติกรรมการกินแบบบุฟเฟ่ต์ หมาบางตัวชอบออกไปขอข้าวบ้านอื่น หรือตามร้านอาหารกินอีก ต้องป้องกันห้ามออกไป
  8. หมั่นออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญพลังงาน และไขมันส่วนเกิน ทำให้น้องหมาไม่อ้วน
  9. งดขนมนมเนย ของหวาน แป้ง น้ำตาล เป็นตัวการทำให้อ้วนได้เป็นอย่างดี ต้องงดเด็ดขาด
  10. จำไว้เสมอว่า คน คือผู้ทำให้หมาเป็นหมู ลำพังน้องหมาเองไม่สามารถไปเปิดตู้เย็น หรือสรรหาอาหารมากินจนอ้วนเป็นหมูเองได้

>> และเพื่อน ๆ สามารถศึกษาข้อมูลของไซบีเรียนได้ที่นี่ค่ะ https://www.allbestk.com/บทความน่ารู้

เสียงท้องร่วง ความผิดปกติในระบบย่อยอาหารของสุนัข - ไซบีเรียน

เสียงท้องร่วง ความผิดปกติในระบบย่อยอาหารของสุนัข

ความผิดปกติในระบบย่อยอาหารเป็นอาการปกติของสุนัข ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญให้สุนัขเพราะก่อให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่ยังทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ด้วย ผลจากความผิดปกตินะระบบย่อยอาหารของสุนัขมี 2 ประเภท คือ

สุนัขท้องเสีย คสรทำอย่างไร - ไซบีเรียน

สุนัขท้องเสีย ควรทำอย่างไร

ท้องเสีย (diarrhea)

ก่อนอื่นต้องรู้อาการก่อนว่าท้องเสียคืออะไร? ท้องเสีย คือ พฤติกรรมการขับถ่ายของน้องหมาที่มีรูปแบบผิดไปจากปกติ เช่น สุนัขบางตัวถ่ายวันละครั้ง เปลี่ยนมาขับถ่ายวันละ 5-6 ครั้ง ก็ผิดปกติไปนอกจากนั้นยังรวมไปถึง ความผิดปกติของอุจจาระด้วย เช่น นิ่ม, เหลว, มีกลิ่น, ปริมาณมากกว่าปกติ

จริงๆแล้วอาการท้องเสีย ไม่ได้มาจากการติดเชื้ออย่างเดียวนะ ซึ่งอาจจะเกิดได้จาก

  1. ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ (non-infection)
  2. เกิดจากการติดเชื้อ (Infection) โดยที่ตำแหน่งการเกิดโรคของทางเดินอาหารก็จะทำให้ลักษณะของอุจจาระไม่เหมือนกัน
  • ถ้าเกิดขึ้นที่ ลำไส้เล็ก(small intestine) จะพบว่าอุจจาระมีสีเทาๆ เหลวๆ มีน้ำมากเนื่องจากอาหารไม่ถูกย่อย หรือดูดซึมนั่นเอง หรือถ้ามีเลือดออกในลำไส้ส่วนนี้ก็จะพบอุจจาระมีสีน้ำตาลเข้ม(Melena)
  • ถ้าเกิดขึ้นที่ลำไส้ใหญ่(large intestine) จะพบว่าอุจจาระมีมูกปน จะออกมันๆวาวๆ ถ้ามีเลือดออกบริเวณลำไส้ส่วนนี้ จะพบว่ามีสีแดงสดปนอยู่กับอุจจาระ ถ้าเกิดขึ้นทั้งลำไส้เล็กและใหญ่ก็จะพบอุจจาระมีเลือดปนและเหลวเป็นน้ำ

ซึ่งสาเหตุของการเกิดท้องเสียที่บริเวณลำไส้ส่วนต่างๆอาจเกิดพร้อมกันได้ หรือเป็นเฉพาะที่ก็ได้ ในที่นี้จะยกตัวอย่างที่สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส, แบคทีเรียและบิด ,พยาธิ

  1. ไวรัส ไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินอาหารน้องหมาที่สำคัญและมีความรุนแรง คือ พาร์โวไวรัสและโคโรนาไวรัส ไวรัสทั้งสองชนิดนี้จะทำให้ผนังลำไส้ของน้องหมามีการอักเสบอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้องหมามีอาการซึม ไม่ทานอาหาร อาเจียน อึเหลวเป็นน้ำอาจมีมูกเลือดปน อาจพบการติดเชื้อไวรัสนี้ร่วมกับการติดเชื้อบิดและแบคทีเรียด้วยได้ ถ้าเป็นมากอาจทำให้น้องหมาเกิดภาวะขาดน้ำ เกลือแร่และกลูโคสในร่างกาย จนทำให้น้องหมามีอาการช็อคและเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ตัวพาร์โวไวรัสอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่น้องหมาจะมีอาการไข้ร่วมด้วย โรคจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงฉับพลันส่งผลให้ตายอย่างฉับพลันได้
  2. แบคทีเรียและเชื้อบิด แบคทีเรียและเชื้อบิดหลายชนิดสามารถทำให้น้องหมาท้องเสียได้ โดยมากมักไม่ค่อยรุนแรงและมียาฆ่าเชื้อที่ได้ผลดี แต่ก็พบได้บ้างว่าอาจทำให้เสียชีวิตได้โดยเฉพาะในน้องหมาน้ำหนักตัวน้อย เพราะมีโอกาสเกิดภาวะขาดน้ำและขาดกลูโคสจนมีภาวะช็อคได้ง่ายกว่าสุนัขขนาดใหญ่
  3. พยาธิต่างๆในลำไส้ ได้แก่ พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิแส้ม้า พยาธิตัวตืดแตงกวา เป็นต้น ก็สามารถทำให้น้องหมามีอาการท้องเสียได้ แต่ถ้าคุณเจ้าของมีโปรแกรมการถ่ายพยาธิเป็นประจำอยู่แล้วก็มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดจากสาเหตุนี้
  4. นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อทีทำให้สุนัขท้องเสียได้อีก เช่น ภาวะการไวอาหาร เป็นภาวะที่เกิดปฏิกิริยาในร่างกายต่อส่วนประกอบของอาหาร อาจเป็นผลจากระบบภูมิคุ้มกันหรือไม่ก็ได้ มักเป็นในสุนัขที่พึ่งเปลี่ยนอาหารให้สงสัยสาเหตุนี้และลองพักท้อง หรือหยุดกินอาหารชนิดใหม่ก่อนเพื่อดูอาการ และยังมีโรคทางระบบอื่นๆที่ยังส่งผลให้ท้องเสียได้ แต่มักจะเป็นในสุนัขโตแล้ว ซึ่งถ้าเกิดอาการในสุนัขเด็กให้สงสัยการติดเชื้อ หรือเรื่องของการเปลี่ยนอาหารไว้อันดับต้น

การดูแลน้องหมาที่มีอาการท้องเสียนั้น ในเบื้องต้นถ้ายังไม่ไปพบสัตวแพทย์อาจให้น้องหมางดอาหารประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพื่อพักลำไส้น้องหมาไม่ให้มีการเคลื่อนไหวบีบตัวมาก ระหว่างนี้ให้เจ้าของเอาผงเกลือแร่ผสมน้ำหรือน้ำหวานผสมเกลือเล็กน้อยป้อนให้น้องหมาทาน ถ้าน้องหมาไม่มีอาการอาเจียนหรือถ่ายลดลงแล้ว ให้เริ่มให้อาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง แล้วดูอาการน้องหมา ถ้าเค้าค่อยๆดีขึ้น ถ่ายเหลวลดลง ก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณอาหารให้น้องหมากินและปรับให้เข้าสู่การให้อาหารตามปกติได้ แต่ถ้าน้องหมาอาการไม่ดีขึ้นหรือไม่ยอมทานอะไรเลยแม้แต่น้ำ ควรพาน้องหมาไปพบสัตวแพทย์ โดยเฉพาะในรายที่เป็นลูกสุนัขอายุน้อย สุนัขแก่หรือน้องหมาที่มีน้ำหนักตัวน้อย เพราะมีโอกาสเกิดภาวะช็อคและเสียชีวิตได้ง่าย ถ้าพบว่าน้องหมาถ่ายเหลวติดต่อกันเกิน 3 ครั้งขึ้นไป ควรพาน้องหมาไปให้สัตวแพทย์ทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

ทั้งนี้นั้นเราทำได้แค่คาดเดากลุ่มอาการของท้องเสียว่าเกิดจากสาเหตุใดเท่านั้น เมื่อพบว่ามีอาการควรรีบพาไปพบคุณหมอ เพื่อที่จะได้ตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด และตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุได้อย่างแท้จริง เราก็จะสามารถรักษาน้องหมาให้ได้ทันท่วงที

อาหารสำหรับน้องหมาที่ท้องเสียนั้น ควรเป็นอาหารที่ย่อยและดูดซึมนำไปใช้ได้ง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากหรือมีโอกาสทำให้ท้องเสียได้ง่าย เช่น นม ผลไม้บางชนิด เนื้อติดกระดูก เป็นต้น

ถ้าน้องหมาท้องเสียจากการติดเชื้อ เจ้าของควรทำความสะอาดกรง หรือบริเวณที่อยู่อาศัย และบริเวณที่น้องหมาขับถ่ายด้วย เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อในสิ่งแวดล้อมและลดโอกาสติดเชื้อซ้ำหรือติดโรคไปยังน้องหมาตัวอื่นในบ้าน โดยเฉพาะในกรณีที่น้องหมาติดเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบ เนื่องจากไวรัสนี้ค่อนข้างทนทานในสิ่งแวดล้อม และไม่สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่นิยมใช้ตามบ้านเรือน เช่น น้ำยาถูพื้นบางยี่ห้อ หรือ น้ำยาเดทตอลได้ จะต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์ต่อไวรัสตัวนี้โดยตรงซึ่งอาจซื้อได้จากคลีนิคหรือโรงพยาบาลสัตว์บางที่ สารเคมีที่พอหาซื้อได้ไม่ยากในการฆ่าเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบก็คือ ไฮโปคลอไรท์ ซึ่งมักจะผสมอยู่ในน้ำยาซักผ้าขาวหลายๆยี่ห้อ ให้นำน้ำยาซักผ้าขาวเหล่านี้มาผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1:10-16 แล้วนำมาราดหรือพ่นบริเวณที่น้องหมาขับถ่ายหรืออยู่อาศัย ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอีกที

การถ่ายพยาธิ ให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องจำเป็น - ไซบีเรียน

การถ่ายพยาธิ ให้สุนัขอย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องจำเป็น

การถ่ายพยาธิให้สุนัขไซบีเรียนเป็นเรื่องจำเป็นพยาธิที่พบได้บ่อยที่สุดได้แก่ พยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ พยาธิตัวตืด และพยาธิแส้ม้า

โรคไข้หัดกับปอดบวม อาการจะคล้ายๆกัน จนทำให้หลายท่านจิตตก - ไซบีเรียน

โรคไข้หัดกับปอดบวม อาการจะคล้ายๆกัน จนทำให้หลายท่านจิตตก

โรคไข้หัดกับปอดบวม อาการจะคล้ายๆกันจนทำให้หลายท่านจิตตกรวมทั้งผม55 ปอดบวมโรคนี้พบมากในลูกสุนัขเล็ก ๆ และสุนัขชรา

ไซบีเรียน กินอึตัวเอง

ไซบีเรียน กินอึตัวเอง

ทำไมสุนัขถึงกินอึตัวเอง….?? เคยสงสัยกันไม่ครับเพื่อนว่าทำไมน้องหมาของเราถึงกินถึงตัวเอง สำหรับพฤติกรรมสุนัขกินอึ กินฉี่ ของตัวเองนั้น จากสถิติพฤติกรรมแบบนี้จะพบในสุนัขเพศเมียมากกว่าสุนัขเพศผู้ และส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับสุนัขที่ยังอายุน้อย หรือลูกสุนัข ในทางกลับกันพฤติกรรมแบบนี้จะพบได้น้อยในสุนัขที่มีอายุเยอะแล้ว

อันตราย สัญญาณโรคซึมเศร้าของสุนัข - ไซบีเรียน

อันตราย สัญญาณโรคซึมเศร้าของสุนัข

#หากน้องหมาที่บ้านคุณมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง #ไม่ร่าเริงสดใสอย่างที่เคยเป็น ลองมาสำรวจกันไหมครับ ว่าเขากำลังเข้าสู่ภาวะโรคซึมเศร้า หรือไม่? หากปล่อยไว้ไม่ดูแล เขาอาจจะไม่อยู่เล่นกับเราต่อไปแล้วก็ได้นะครับ

ไข่ใบเดียว หรือไข่ทองแดง - ไซบีเรียน

ไข่ใบเดียว หรือไข่ทองแดง

ไข่ใบเดียว หรือ ไข่ทองแดง

ไข่ทองแดง ใช้เป็นชื่อเรียกความผิดปกติจากการที่ ลูกอัณฑะ ไม่ยอมลงไปอยู่ในถุงอัณฑะ

ทางแก้ไข

จะมีการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง การเพาะพันธ์ทางฟาร์มไม่แนะนำ เพราะมีการจ่ายลูกจะเป็นการส่งต่อพันธุกรรมที่ไม่ดีออกไปเข้าไปอีก

การป้องกัน

โดยฟาร์มจะมีการคัดพ่อแม่และต้นสายเพื่อคัดให้ออกมาดีที่สุด หากทราบว่ามีจะหยุดผสมทันที ถึงจะเคยจ่ายลูกมาหลายคอกไม่เป็นก็ตาม แต่ในต้นสายสักจุดยังมีอยู่ แต่ทางนี้ก็ไม่สามารถลดได้ 100% ทำได้คือการลดให้ได้มากสุด

ความร่วมมือจากหลายๆฟาร์ม หากท่านพบเจอ ขอให้หยุดผสมเช่นกัน โดยท่านสามารถเก็บสถิติไว้ ถ้าเจอให้หยุดเลย ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคู่จับนะครับ ทางฟาร์มลองแล้ว พอจับไปต่อสายอื่น ก็วนมาเจออีก หยุดงดไปเลยดีกว่า ถามว่าทำไมต้องให้ความร่วมมือฟาร์มหลายฟาร์ม มีการแลกเปลี่ยนสายอยู่ตลอด ท่านไม่ต้องโจมตีใคร ฟาร์มก็ไม่โจมตีกัน เรามาช่วยกัน

มาดูกันครับ ฟาร์มออล์เบส มีสายหลายสายมาก เราไปเก็บสายฟาร์มอื่นๆมาเยอะมาก เราไม่มีการปิดกันตัวเอง แต่บางทีอาจไม่ได้ออกชื่อฟาร์มไปซื้อเก็บนะครับ เหตุทำไมเราต้องไปเก็บ บางฟาร์มมีการนำเข้าสายพันธุ์ดีๆเข้ามา ถูกใจตากรรมการฟาร์มเรารีบไปเก็บลูกเลย เพื่อมาพัฒนาสายของเราต่อ บางทีเราไม่เก็บตัวสองตัวเราเก็บทั้งคอกเลย เรากล้าลงทุนครับ และไม่ปิดกันกับสายตัวเอง เหนือใต้ ออก ตก เราเก็บหมด ถามว่าเจอปัญหาตรงนี้ไหม เยอะมากครับ เท่ากับเราเก็บฟรี เพราะเราจะไม่ใช้เลย เนี่ยคือการกล้าลงทุน กล้าที่จะพัฒนา เมื่อทุกท่านที่ฟาร์มช่วยกัน ในอนาคตปัญหาตรงนี้จะเริ่มลดลงแน่นอนครับ

การดูแลเมื่อลูกค้าเราเจอ โรคที่เกี่ยวกับพันธุกรรมทางฟาร์มไม่ได้การันตี

ลูกค้าหลายท่านอยากผสม ทางฟาร์มก็แนะไม่ควรและเราจะหาทางออกอย่างไร เราจะมีการดูแลเรื่องการผสมให้ครับ โดยหาสายที่เหมาะสม แต่หากลูกค้าเป็นตัวเมีย ไปผสมตัวผู้ ตัวผู้ไม่เป็น แล้วลูกออกมามีหลุดเป็น อันนี้ทางฟาร์มไม่ได้ดูแลครับ เนื่องจากเราไม่รู้ว่ามาจากเส้นไหนครับ

ถ้าตัวผู้ออกจากฟาร์ม อันนี้จากฟาร์มแน่นอน ทางฟาร์มจะดูแลการจัดผสมให้ครับ

ไข่ทองแดง

Cryptorchidism คือสภาพที่ลูกอัณฑะลูกใดลูกหนึ่งหรือทั้ง 2 ลูก ไม่สามารถเคลื่อนลงและคงอยู่ในถุงอัณฑะได้

ผู้ผสมพันธุ์บางคนอาจเรียกภาวะนี้ว่า ไข่เม็ดเดียว ( Monorchidism ) ซึ่งไม่ค่อยถูกต้องนัก ความจริงควรเรียกว่า ไข่หลบใน ( Unilateral Cryptorchidism ) มากกว่า เพราะความจริงสุนัขที่มีอัณฑะเม็ดเดียวจริงๆนั้น มีน้อยมาก แต่อัณฑะอีกลูกที่หายไปยังคงอยู่ในช่องท้องของสุนัขมากกว่า และถ้าไม่ลงมาทั้ง 2 ข้างก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีอัณฑะเลย แต่เป็นไข่หลบในทั้ง 2 ข้างมากกว่า ( Bilateral Cryptorchidism )

ลูกอัณฑะ มีการพัฒนาขึ้นในช่องท้องเสมอ แต่ต้องอพยพออกมาอยู่ภายนอกร่างกาย เพราะเชื้ออสุจิไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในอุณหภูมิของร่างกาย มันต้องการอุณหภูมิที่เย็นกว่า

อัณฑะจึงเคลื่อนตัวผ่านรูเปิดในช่องท้อง ที่เรียกว่า ( Inguinal ring ) ออกมาตามช่องท้อง ( ที่เรียกว่า Inguinal Canal ) ลงสู่ถุงอัณฑะในที่สุด ในลูกสุนัขขบวนการนี้มีเมื่อสุนัขอายุได้เพียง 10 วัน แต่ลูกอัณฑะในขณะนั้นมักเล็กเกินกว่าจะสังเกตได้

สาเหตุที่พบเจอส่วนใหญ่คือเป็นโรคที่มาจากพันธุกรรม

การสังเกตุ การดูคือเราอาจจะต้องรอ ซึ่งใช้เวลานาน ประมาณลูกสุนัข 8-9 เดือน แต่หากไ่ม่ลงแล้วแปลว่าไม่ลงแล้วครับ พบเจอบ่อย ในYorksire Terrier, Pomeranian ,Toy Poodle , Miniature , Siberian Husky , Chihuahua และ German Shepherd เช่นกันทางฟาร์มก็เจอเช่นกันครับ เป็นโรคที่เจอเยอะที่สุดในกลุ่มพันธุกรรมเลย

การเคลื่อนลงของลูกอัณฑะ เริ่มจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศผู้ (Testosterone ) การที่อัณฑะไม่ลงทั้ง 2 ข้าง อาจเกิดเพราะมี Testosterone ต่ำ แต่ “ อะไรที่ทำให้ลงเพียงข้างเดียว ”

ในข้อเท็จจริง อัณฑะที่ลงมาข้างเดียวนั้น มักเป็นข้างซ้าย ส่วนข้างขวามีโอกาสค้างอยู่มากกว่า

ลูกอัณฑะจะไม่มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ได้ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ ลูกที่ค้างอยู่ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ก็ไม่เจริญเติบโตตามปกติ และจะมีขนาดเล็ก

ถ้าลูกอัณฑะไม่ลงมาเลย สุนัขตัวนั้นจะเป็นหมัน ( ผสมได้แต่ไม่ติด ) เพราะไม่มีเชื้ออสุจิ แต่ถ้าลงมาแม้เพียงข้างเดียว มันจะสามารถผสมติดได้ แต่จำนวนเชื้ออสุจิและอัตราการผสมติด จะต่ำกว่าตัวที่มีอัณฑะลงครบ ทั้ง 2 ข้าง

ลูกสุนัขบางตัว ลูกอัณฑะได้เคลื่อนลงสู่ถุงอัณฑะแล้ว แต่กลับถูกดึงกลับขึ้นไปในภายหลัง เมื่อลูกสุนัขโตขึ้น ทำไมเมื่อมันเคลื่อนลงมาแล้ว ถึงไม่ค้างอยู่ในถุงอัณฑะเหมือนเดิม ? มันถูกจัดการให้กลับขึ้นไปได้อย่างไร ?

เพื่อเข้าใจคำตอบ คุณต้องรู้ว่า ลูกอัณฑะถูกยึดติดอยู่กับร่างกายด้วย เส้นเลือด Spermatic Cord และกล้ามเนื้อ ชื่อ Cremaster Muscle ลูกอัณฑะจะฝ่อไปถ้าเส้นเลือดที่มาเลี้ยงได้รับความเสียหาย

กล้ามเนื้อ Cremaster เป็นส่วนที่ใช้ในการควบคุมอุณหภูมิของลูกอัณฑะ เมื่ออากาศเย็นมันก็จะหดตัว เพื่อดึงลูกอัณฑะเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ตัว และเมื่ออากาศร้อน ก็จะคลายตัว และปล่อยให้ลูกอัณฑะอยู่ห่างจากร่างกาย ( อันนี้เป็นเหตุที่เราพบเห็น สุนัขในบ้านเรา มีถุงอัณฑะยานยาวกว่าสุนัขที่มาจากนอกใหม่ๆ ดังนั้น หากจะแก้ไขปัญหานี้ก็ต้องเลี้ยงสุนัขในที่มีอากาศเย็น ไม่ใช่ไปใช้วิธีศัลยกรรมตกแต่ง ) ถ้าสุนัขพันธุ์ขนเกรียน ในช่วงอากาศหนาวจะเห็นว่าถุงอัณฑะมันหดลงแทบที่จะติดกับตัวมันเอง แต่ถ้าในสุนัขขนยาว แม้จะมีอากาศเย็นก็อาจหย่อนลงต่ำได้

โดยทั่วไปสุนัขขนเกรียนที่มีหนังกระชับจะมีลูกอัณฑะที่ชิดกับลำตัวมากกว่าสุนัขที่มีขนยาวหรือหนังย่น นี่เป็นสาเหตุโน้มนำประการหนึ่งของการเกิด “ ทองแดง ” อันเนื่องมาจากพันธุ์

ในสุนัข “ ทองแดง” กล้ามเนื้อ Cremaster จะสามารถหดตัว และดึงเอาลูกอัณฑะที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ให้กลับขึ้นไปในร่างกายได้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ในถุงอัณฑะจะมีเส้นเอ็น ( ligament ) ที่คอยยึดให้ลูกอัณฑะค้างอยู่ภายในถุง การที่เส้นเอ็นส่วนนี้ไม่สามารถยึดลูกอัณฑะไว้ได้ ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดทองแดง

การเคลื่อนลงสู่ถุงอัณฑะของลูกอัณฑะเป็นขบวนการที่ซับซ้อน การเกิดทองแดงจึงมีมาได้จากหลายสาเหตุ เช่น ลูกอัณฑะมีขนาดใหญ่กว่าช่องเปิดในช่องท้อง ( Inguinal Ring ) ช่องเปิดนั้นเล็กเกินไป, เยื่อบุผนังช่องท้องตึงเกินไป

อวัยวะส่วนที่เรียกว่า Testis Gubernaculum ขยายตัว เพื่อเป็นตัวนำร่องให้ลูกอัณฑะเคลื่อนลงมาตามช่อง Inguinal Canal เพื่อลงสู่ถุงอัณฑะ ถ้าเกิดไม่สามารถทำหน้าที่ได้, ( และทำหน้าที่ยึดลูกอัณฑะเอาไว้ในถุงอัณฑะด้วย ) หรือมีฮอร์โมน Testosterone ไม่เพียงพอ การเกิดได้หลายๆ เหตุนี้ แบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ ใหญ่ๆ คือ พันธุกรรม และการพัฒนาการที่ไม่ถูกต้อง

ทองแดงจากพันธุกรรม

จากข้อเท็จจริงว่า แต่ละพันธุ์มีอัตราการเกิดทองแดงไม่เท่ากัน เป็นเครื่องชี้อย่างหนึ่งว่า พันธุกรรมสามารถเป็นต้นเหตุหนึ่งของการเกิดทองแดง

พันธุ์ บีเกิล และ ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ มีอัตราการเกิดน้อย ส่วนพันธุ์ที่เกิดได้บ่อยได้แก่ ชิวาวา, พูเดิ้ล, ปอมเมอร์เรเนียน, มินิเจอร์ ชเนาเซอร์, เชทแลนด์ ชีพด๊อก, ไซบีเรียน ฮัสกี้, บ๊อกเซอร์ และยอร์คเชียร์ เทอเรีย ผู้วิจัยบางคน “ สรุป ” ว่า พบได้บ่อยกว่าในสุนัขที่มีขนาดเล็ก ๆ แต่ควรสังเกตว่า พูเดิ้ลทั้ง 3 ขนาด มีโอกาสเกิดได้หมดแม้จะมีขนาดตัวต่างกันมาก

บางการศึกษาอ้างว่า พันธุ์ที่มีหน้าสั้น เช่น บ๊อกเชอร์ มีส่วนสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตที่ผิดปกติที่ทำให้เกิดทองแดง ขนาดแคระ และหน้าสั้น เกี่ยวพันกับการพัฒนาของลูกอัณฑะด้วย แต่ทองแดงก็พบได้ในพวกหน้ายาว, ปากแหลม เช่น พูเดิ้ล วิพเพทและเกรย์ฮาวด์ คุณ Patricia เคยพบว่า เกรย์ฮาวด์ ครอกหนึ่งเพศผู้ทั้ง 4 ตัว เป็นทองแดงหมด หรือ เจ็ดในแปดตัวเป็น

การสำรวจ แสดงว่า อัตราการเกิดมีความผกผันมากในระหว่างพันธุ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าการศึกษาวิจัยนั้น ได้จัดทำขึ้นที่ไหนและเมื่อไร เช่น มีการสำรวจว่า พันธุ์บ๊อกเซอร์ เป็นในอัตราร้อยละ 29 และอีกการสำรวจทราบว่า เยอรมันเช็พเพอด พบในอัตราร้อยละ 3.9

การศึกษา เรื่องพันธุกรรมในระยะแรก

ไม่มีการวิจัย เกี่ยวกับภาวะทองแดง ในสุนัขมากนัก เรื่องที่เกี่ยวข้องมักอ้างอิงมาจาก เรื่องเดิม เช่น ข้ออ้างว่าสุนัขพันธุ์บ๊อกเซอร์ พบอาการนี้ ถึง 29 % ก็ย้อนไปถึงปี 1930 ซึ่งมีพ่อพันธุ์สำคัญเกี่ยวข้องเพียง 4 ตัว ปัญหาเรื่องนี้ คือได้มีการสรุปว่า การผสมเลือดชิดและการเกิดทองแดง เป็นเหตุและผลกัน

บางเรื่อง ความจริง อาจไม่มีความสัมพันธ์กันเลยก็ได้ ข้อเท็จจริงในกรณีคือ พันธุ์บ๊อกเซอร์เป็นทองแดงมาก แต่ไม่มีหลักฐานที่จะสรุปว่า การผสมเลือดชิดมาก ๆ จะเป็นเหตุที่ทำให้เกิดทองแดง

บางครั้ง ผู้วิจัยรุ่นแรก ๆ อาจเป็นแค่วางแนวโน้ม เขากล่าวว่าต้นเหตุยังไม่ทราบชัด แต่เพราะความเป็นไปได้ทางพันธุกรรม สุนัขที่เป็นทองแดงไม่ควรใช้ทำพันธุ์ ต่อมาเมื่อได้รับการอ้างถึงจากผู้เขียนในระยะหลัง ก็จะสรุปชัดลงไปทุกที จนเหมือนกับข้อสมมติฐานนี้ กลายเป็นข้อเท็จจริงไป

หลังจากยุคปี 1950 เริ่มมีผู้สรุปว่า ทองแดง เป็นพันธุกรรม และนอกจากตัวสุนัขที่เป็น ไม่ควรขยายพันธุ์เท่านั้น ญาติหรือลูกหลานของมัน ก็ไม่ควรใช้ทำพันธุ์ด้วย หรือแม้กระทั่งกล่าวว่า ทองแดงเป็นยีนส์ด้อยในลักษณะตามทฤษฎีของเมนเดล แต่ยังไม่มีใครแยกยีนส์ที่ทำให้เกิดทองแดงได้

คุณ Patricia ไม่สามารถค้นหาข้อมูลการทดลองที่เกี่ยวกับทองแดงในสุนัขได้ แต่ได้พบการทดลองในแพะพันธุ์ Angora และอีกการทดลองที่ไม่ค่อยช่วยอะไรนัก ซึ่งทำในแกะ 30 ตัว และพยายามพิสูจน์ว่า ทองแดงในแกะของเขานั้นเป็นลักษณะเด่นหรือลักษณะด้อย ซึ่งได้สรุปว่า อาจเป็นทั้ง 2 ลักษณะ ( หรือไม่ได้เป็นทั้งลักษณะเด่น และด้อย )

มาถึงกรณีแพะ Angora กับสุนัขจะมีความสัมพันธ์ในเรื่องนี้ เหมือนกันหรือไม่ ?

การศึกษาในแพะ น่าสนใจ เพราะเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ได้ทดลอง และชี้ชัดว่าพันธุกรรมเป็นต้นเหตุในบางภาวะทองแดง ได้มีการทดลองในฝูงแพะ Angora 2 ฝูง ใน Texas Agricultural Experiment Station จากปี ค.ศ. 1917 – 1959 ได้มีการทดลองหลายแบบ เพื่อเพิ่มหรือลดอัตราการเกิดทองแดงในแต่ละปี โดยวิธี

  1. ผสมเฉพาะกับพ่อพันธุ์ ที่เป็นทองแดง
  2. ผสมโดยไม่ต้องคัดเลือก ( ทั้งที่เป็นและไม่เป็น )
  3. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบ ( คัดเลือกเล็กน้อย ) เป็นแบบที่เรากำลังทำอยู่ในสุนัขของเรา
  4. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบและคัดแม่ที่ให้ลูกอัณฑะไม่ครบออกด้วย ( คัดอย่างอ่อน )
  5. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบและคัดทั้งพ่อและแม่ที่ให้ลูกอัณฑะไม่ครบออกด้วย ( คัดปานกลาง )
  6. ผสมเฉพาะพ่อพันธุ์ที่มีอัณฑะครบและคัดทั้งพ่อและแม่ที่ให้ลูกอัณฑะไม่ครบออกด้วย รวมทั้งลูกหลานที่เกิดขึ้นมาออกด้วย ( คัดอย่างเข้มงวด )
  7. จากข้อ 6 ให้คัด พวก ญาติๆ ออกไปอีกด้วย ( คัดอย่างเข้มงวดมาก )

ในฝูงแรกเริ่มจากใน ข้อ 3) เลือกผสมเฉพาะพ่อที่อัณฑะครบไป 20 ปี ปรากฏว่าเกิดทองแดงขึ้นประมาณ ร้อยละ 6.8 / ปี ( สุนัขส่วนใหญ่ทำอยู่ในข้อนี้ ) จากปี 1937 – 1949 เขาปรับเป็นการผสมที่คัดเลือกในระดับปานกลาง ( ในข้อ 5 ) อัตราการเกิดทองแดง ลดลงเหลือ ร้อยละ 2.8 และจากปี 1948 – 1959 ใช้การคัดเลือกอย่างเข้มงวดมาก ( ในข้อ 7 ) ผลคืออัตราการเกิดทองแดงเหลือ เพียงร้อยละ 0.4

ในฝูงที่ 2 ใช้ เฉพาะพ่อทองแดง ( ในข้อ 1 ) ผลคือ อัตราการเกิดทองแดง เพิ่มจากร้อยละ 5.7 ในปี 1921 เป็นร้อยละ 50 ในปี 1934 แล้วจึงเริ่มพยายามคัดเลือก เพื่อลดลักษณะดังกล่าวลง จากปี 1934 ถึง 1946 ใช้การคัดเลือกในระดับปานกลาง ( ในข้อ 5 ) ผลคืออัตราการเกิดลดลงเหลือร้อยละ 11.0 แล้วเพิ่มเป็นการคัดเลือกอย่างเข้มงวด ( ในข้อ 6 ) จนถึงปี 1951 ผลคืออัตราการเกิดลดลงเหลือร้อยละ 0.8

ผลการศึกษา พบว่าสามารถลดหรือเพิ่มอัตราการเกิดทองแดง ได้จากแผนการผสมพันธุ์ และ ภาวะทองแดงในแพะ Angora เป็นลักษณะด้อยซึ่งกำหนดโดยยีนส์ไม่กี่คู่

การศึกษานี้ เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ยีนส์ด้อยทำให้เกิดทองแดง และแสดงอย่างชัดเจนว่า เราไม่ควรขยายพันธุ์สุนัขทองแดงเพศผู้ ส่วนญาติๆ ของมันนั้นเป็นอีกกรณีหนึ่ง ภาวะทองแดงขยายเป็นวงกว้างในสุนัข ถ้าคัดเลือกอย่าง

ทางฟาร์มไม่ได้การันตีตรงนี้เนื่องจากทางฟาร์มได้ทำการคัดสายพันธุ์มาอย่างดีแล้ว
ซึ่งหากพ่อแม่เป็นก็จะไม่ได้ทำการผสม

โรคพยาธิในเม็ดเลือด ในสุนัข ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม - ไซบีเรียน

โรคพยาธิในเม็ดเลือด ในสุนัข ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ช่วงฤดูฝน ปัญหาที่เจ้าของน้องหมาหลายคนคงหนีไม่พ้น ก็คือ ปัญหาเรื่องเห็บ แต่ที่เห็นจะร้ายกว่าเห็บก็คือ ภัยเงียบที่มากับเห็บเนี่ยแหละครับนั่นคือเจ้า “โรคพยาธิในเม็ดเลือด” นั่นเอง

โรคขี้เรื้อนเปียก - ไซบีเรียน

โรคขี้เรื้อนเปียก

Demodicosis ขี้เรื้อน หรือ โรคเรื้อน เกิดจากสัตว์ตัวเล็กๆ 8 ขา ที่เราเรียกว่า “ไรสุนัข” (Mites) ไรสุนัข หรือ ไมท์มีอยู่หลายชนิด อันเป็นที่มาของโรคผิวหนังแตกต่างกัน ซึ่งว่าไปแล้วโรคผิวหนังในสุนัขไม่ได้มี สาเหตุมาจากไรทั้งหมด โรคผิวหนังอาจเกิดได้จากแบคทีเรีย รา ความบกพร่องต่างๆ ของร่างกาย สุนัข และโรคภายในบางอย่างก็ทำให้เกิดมีอาการขนร่วงคล้ายกับเป็นโรคผิวหนังได้ ซึ่งเหล่านี้ควรได้ รับการตรวจและวินิจฉัยจากสัตว์แพทย์ อย่างไรก็ตามโรคผิวหนังที่พบมากและบ่อยครั้งมักเกิดจากไร สุนัข หรือไมท์